18 Presents ของขวัญ 18 กล่อง หนังอิตาลีสร้างจากเรื่องจริงของแม่ที่ตายจากไปก่อนได้ดูแลลูกสาว จึงมอบของขวัญวันเกิดทิ้งไว้ 18 ชิ้นให้ลูกของเธอในอนาคต

ตัวอย่าง 18 Presents

หนังโรงที่ฉายในประเทศอิตาลีเมื่อต้นปี แต่ค่อนข้างเงียบๆ จากนั้น Netflix ซื้อขาดมาเป็นของตัวเองไว้ในระบบอีกที โดยสร้างมาจากเรื่องจริงของแม่ผู้ตายจากไปในช่วงที่คลอดลูกสาวของเธอ เพราะเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงวางแผนให้ของขวัญวันเกิดลูกสาวไว้ล่วงหน้า 18 ชิ้น แล้วสั่งเสียให้สามีเป็นคนมอบให้เรื่อยๆ โดยไม่ได้บอกเหตุผลลึกๆ ว่าต้องการอะไร ซึ่งก็กลายเป็นว่าตัวลูกสาวไม่เข้าใจว่าแม่ทำแบบนี้ทำไม กลายเป็นการย้ำปมกำพร้าแม่ เหมือนทุกวันเกิดต้องมีแม่ที่ไม่เคยรู้จักกันมาเลือกของขวัญให้เธออย่างไม่เต็มใจ

รีวิวหนัง 18 Presents (Netflix) สร้างจากเรื่องจริงพล็อตดีงาม แต่กลับเล่าเรื่องได้ราบเรียบจนเกินไป 1ด้วยความที่สร้างจากเรื่องจริงล้วนๆ คงธรรมดาไป ผู้สร้างจึงแต่งเติมเรื่องแฟนตาซีลงไปสักหน่อย ด้วยการให้วันเกิดอายุครบ 18 ปีของเธอมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุโดนรถชน ทำให้เธอเหมือนได้ย้อนเวลาไปพบกับแม่ตัวจริงก่อนคลอดเธออีกครั้ง และก็ได้ช่วยสานสัมพันธ์กับแม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน และก่อนที่เธอจะได้รู้ว่าของขวัญชิ้นที่ 18 นั้นคืออะไร ซึ่งเป็นไคลแม็กซ์สุดท้ายของเรื่องนี้ที่ทางผู้สร้างวางไว้ให้ให้คนดูคาดเดาว่าจะเป็นอะไรกันแน่

แม้พล็อตเรื่องนี้จะดูดีมาก ดูมีอะไรให้เล่าเป็นดราม่าซึ้งๆ หรือเล่นกับเรื่องไทม์ทราเวลเก๋ๆ ก็ยังได้ (จริงๆ พล็อตเรื่องแอบคล้ายหนังญี่ปุ่นดังในอดีตด้วย) แต่ผู้สร้างกลับแทบไม่มีสตอรี่ที่ดีพอใส่ลงไปในหนังเลย ตัวเรื่องเดินไปแบบธรรมดามาก เป็นชีวิตของนางเอกกับแม่ในบ้านกับช่วยแม่เลือกของขวัญ ซึ่งธรรมดาจนเกินไป แถมยังเอานิสัยน่ารำคาญในช่วงเวลาปกติมาลงกับแม่ในตอนนี้ด้วย ซึ่งเป็นอะไรที่ขัดกับความรู้สึกมากว่าเธอจะวีนเหวี่ยงอวดดีไปถึงไหน แม้ว่าหนังจะพยายามให้เธอค่อยๆ เรียนรู้ปรับตัวดีขึ้นภายหลัง แต่ก็รู้สึกว่านิสัยของนางเอกค่อนข้างน่ารำคาญจนเกินปกติ (ยกตัวอย่างจุดบุหรี่ดูดต่อหน้าแม่ที่ท้องแก่หน้าตาเฉย) ผิดกับแม่ของเธอที่เล่นดีสุขุม ถ่ายทอดช่วงสุดท้ายของชีวิตออกมาแบบแข็งกร้าว ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้เวลาคิดถึงอนาคตของลูกมากกว่าการรักษาตัวเองให้รอด ทำให้ตัวเรื่องคนแม่กลับเป็นตัวพาให้เรื่องน่าติดตามได้มากกว่า

รีวิวหนัง 18 Presents (Netflix) สร้างจากเรื่องจริงพล็อตดีงาม แต่กลับเล่าเรื่องได้ราบเรียบจนเกินไป 2

ตัวหนังใส่ช่วงเวลาสุดท้ายของคนเป็นแม่ที่ต้องเลือกให้ความสำคัญกับชีวิตตัวเธอเองหรือลูกมาก่อนได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งก็เป็นพ้อยท์สำคัญของเรื่องนี้ว่าทำไมเธอถึงตัดสินใจเลือกซื้อของขวัญล่วงหน้าให้ลูกล่วงหน้าขนาดนั้น โดยที่สามีก็ไม่เข้าใจว่าเธอคิดยังไง ซึ่งจุดนี้ไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นแบบนี้หรือเปล่า เพราะการที่เธอไม่อธิบายอะไรออกมาให้ชัดกับสามีว่าทำอะไรอยู่ ไม่ไปหาหมอรักษาอาการป่วย ทำให้ผู้เป็นพ่อตอบลูกสาวที่วีนกลับมาไม่ได้ และก็กลายเป็นปมปัญหาทะเลาะกันมาตลอด จนทำให้ตัวลูกกลายเป็นเด็กมีปมปัญหามากกว่าเด็กกำพร้าปกติซะอีก ส่วนตัวคิดว่าจุดนี้เขียนขึ้นมาเป็นหนังเพื่อต้องการให้มีการขัดแย้งกับพ่อมากกว่าเรื่องราวจริง ซึ่งแม้จะทำให้เรื่องราวการย้อนกลับไปในอดีตมีส่วนช่วยแก้ไขปัจจุบันได้ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเมคเซนส์สักเท่าไหร่กับการที่พ่อไม่รู้เลยว่าจะอธิบายกับลูกยังไงให้เข้าใจจุดประสงค์ของแม่จนเป็นดราม่าเรื้อรังมา 18 ปีแบบนี้

อีกจุดที่รู้สึกว่าหนังทำไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือการที่ลูกสาวปิดบังความลับว่าเธอคือใคร หนังทำให้จุดนี้เป็นปัญหาต่อเนื่องกับตัวละครนี้ แล้วก็พ่วงไปหาแม่อีกต่อ จนกลายเป็นเรื่องเดินไปขลุกขลักไม่สมเหตุผลกับการปิดบังสักเท่าไหร่ ซึ่งผู้กำกับคงคิดว่าเอาไว้บิ้วตอนท้ายปิดเรื่อง แต่พอถึงช่วงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ กลับใส่มานิดเดียว บทพูดไม่ถึงสองคำก็ตัดจบเรื่องตรงนี้ไปซะงั้น ทำให้ไม่รู้สึกอินกับไคลแม็กซ์ตรงจุดนี้ได้เลย

รีวิวหนัง 18 Presents (Netflix) สร้างจากเรื่องจริงพล็อตดีงาม แต่กลับเล่าเรื่องได้ราบเรียบจนเกินไป 3แต่ยังดีที่หนังมีช่วงเวลาสุดท้ายของทั้งแม่กับลูกที่ทำออกมาได้ดี มีฉากให้กำเนิดลูกที่ถ่ายออกมาเป็นแนวศิลป์สื่ออารมณ์ได้อย่างสวยงาม และก็สัมพันธ์กับการที่นางเอกเป็นนักกระโดดน้ำ มีเรื่องราวกับการว่ายน้ำมาตลอดเรื่อง ทำให้รู้สึกว่าตอนจบสุดท้ายหนังปิดเรื่องได้สวยลงตัว พร้อมบทเฉลยของขวัญชิ้นที่ 18 ที่เรียบง่ายแต่ดีพอสมควร จนทำให้พอมองข้ามข้อเสียระหว่างเดินเรื่องไปได้บ้างครับ ถ้าดูเอาเพลินๆ ก็คงได้ แต่ถ้าถามว่าประทับใจไหมก็คงไม่ ยิ่งถ้าเทียบกับหนังญี่ปุ่นที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว ความงดงามของเรื่องราวต่างกันมากจริงๆ ครับ

สรุป

นี่เป็นหนังที่พล็อตเรื่องดีมาก แต่ขาดสตอรี่ที่ดีพอจนทำให้เรื่องเดินไปอย่างราบเรียบมาก อาจจะไม่ถึงกับน่าเบื่อหาว แต่รู้สึกเสียดายพล็อตที่อุตส่าห์คิดมาดี แถมยังมีจุดที่ทำให้เรื่องราวเหมือนปาฏิหาริย์แฟนตาซีได้เนียนๆ แต่กลับไม่นำมาใช้ประโยชน์สักเท่าไหร่เลย ยังดีที่ตอนจบทำให้สวยงามลงตัวพอให้รู้สึกว่าก็ดูเพลินๆ พอได้อยู่ครับ